เรื่อง"เมตาทอร์ช"(Metatorch)
(บางฉากของทัศน์ มีสารคดีเชิงถ่ายทำชีวิตที่ผ่านเลยไป ประกอบนวนิยายบ้าง และนิยายนี้เป็นนิยายอาหารทางความคิด(the food of thoughts)'อ่านด้วยวิจารณญาณ'
ตอนที่
458
1/7
เมื่อมรดกเลือดถูกเฉือนมาตกแก่เคมินโดยแม่มดดาเลีย(ที่เรียกมารดกเลือดเพราะเพราะแม่ได้มาด้วยเลือดและเอ็นและตอนแยกไป100ไร่ มีปมและแม่เซ็นพ่อมดไม่ได้เซ็นแต่แบ่งไป "ซึ่งผิด"
รอวันทายาทมาพูด
และนี่ก็ได้เวลาพูดแล้ว ปละหยุดไม่ได้
เพราะนี่เป็นปากท้องของเคมินและวงศ์วารเพื่อกาอยู่รอด
การพิพาททั้งเชิงบึกเชิงติ้รททั้งวงแคบและวงกว้างจึงอุบัติขึ้นเพื่อคำว่าสันติภาพจนเป็นพงศาวดารของครัวเพเกานี้ตลอดมา)
จากปมเด่นที่เคมินมีที่เรียกว่าเทวสิทธิ์ของเคมินเคมินเสียใตที่จาวยางเพื่อนบ้านขาดมโนธรรมจึง"เทเลือดจากอก" ขายเพื่อการดำรงชีพจากมะพร้าวหลายพันต้น จนที่ดิน12+พีโปรเจก(12plus project) ก็โอนให้ท่านทาวเวอร์
เพื่อทำรีสอร์ต
มันเป็นกระบวนการแก้ปัญหาเพื่อความเจริญ
ของเพเกาแม้ไม่ลงตัว และต่อมา"ผิดหวัง" มีแต่การรอคอย แต่พิพาทก็คงมีต่อไปอีก
เคมินขายมรดกกินไม่ผิดเพราะนโยบายการเงินการคลัง(fiscal policy money and financial policy) )สมัยท่านนายก"ยินง"
สะท้อนจน ทำให้มะพร้าวราคาถูกมาก
จนเป็นเศษทรายชายทะเลลึก
เคมินจึงตัดขาย2.000ต้นทันที
แต่"คิดดี"เกิดขึ้น
เคมินจึงเป็นทำยางสวนพารา
โดยให้เข่าปลูกสับปะรดและทำสวนยางพาราให้
ต่อมมได้ผลแต่
เคมินพบว่าหาคนกรีดสานต่อไม่ว่าง
กันซึ่งมีปม"เคมินเสียใจ"
เคมินจึงโอนให้ท่านทาวเวอร์ไปเพราะท่านเป็นนักจัดการที่เคมินไว้ใจ เพราะศรัทธาในสปิริตของอดีตเด็กเด็กเลี้ยงควานที่ผันตัว
ได้รวยจนเป็นนักธุรกิจประสบความสำเร็จเป็นราชาในเมกาโปนเจก(Mega project)แห่งเอทินได้
ที่ดีงามทีเคมินจะเจริญรอ
ยตาม เป็นเยี่ยงอย่าง
แต่เคมินก็ผิดหวังตามเคยใน'มุขงานใหญ่ต้องใช้เวลาของท่านทาวเวอร์จนต่อมาค
วามผิดหวังซ้ำๆซากๆนี่เองของเคมิน
และความผิดหวังคือเทพเจ้าของเคมินมัน
คือความผิดหวังแห่งความสำเร็จ
เคมินเปลี่ยนกางแกงแห่งและแห่งซาตานห่งความผิดหวังของตนเองเป็นกางเกงตัวใหม่ขุดแห่งเทพเจ้าแหางความสำเร็จใหม่นี้แทน
และเคมินก็มีความสุข
วาทกรรมประโยคหนึ่งตอนหนึ่งของเคมินมิน
มีว่า
"เคมินเทเลือดจากอก"
เพราะเสียใจในความผิดหวังที่เปี่ยมสุข
เพราะ
แม้ที่ดินอุทิศให้สมาคมนักเขียนเอทิน แม้เคมินจะล้ำเลิกขอคืน และมอบขายให้ไปในบัญ
ชีของ12+โปรเจกต่อท่านทาว
เวอร์
เฉกเช่น มรดกเลือกก็ตาม
ที่จำเป็นต้องทำ
เพื่อยังชีพ
แม้นายกสมาคมนักเขียนแห่งเอทินท่าน"เดซี่"อุตสาห์ขับรถส่วนตัวแวะมาเยี่ยมเคมินถึงเพเกาและให้เกียรติ เพราะเคมินคิดดีให้ที่ดินสมาคม
เคมินไม่อยู่บ้านตอนนั้นที่เพเกา
สุดท้ายไม่พบกัน
ท่านนายกสมาคมนักเขีบนเอทิน
เมตตามอบหนังสือไว้ให้อ่านที่เคมินลืมไม่ลง แม้เราจะไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว
ล้ำเลิกสองคือ
ตามมาด้วยการขอคืนทางอีก1ไร่ที่ทำเป็นทางก็จะดำเนินการขอคืนต่อไป ทั้งหมดนี้สืบมาจากคณะมาเฟียเจ้าแม่จาวยางเป็นสาเหตุ
ที่คิดว่าเขาเป็นคนดงจึงทำให้ไป
ประวัติเคมินเกิดมาในเด็กพานทองสภาพ
จากบ้านเพเกาที่รวยที่สุดแห่งเพเกา กลายมาเป็นอดีตและจนที่สุดแห่งเพเกาตอนนี้
สุดท้ายเคมินได้ตำแหน่ง 'คนรวยเทียมแห่งเพเกา'ต่อมา
คำสอนเจ้าแม่จาวยาง เจ้าหญิงแห่งมาเฟีย
และมาเฟียในแนวคิดของเคมินคือ
ปรัชญาตัวนี้คือ
อย่าทำหาทำ
เมื่อฝืนดวงตนเอง
แล้วสร้างปัญหาให้คนอื่นต่อไป
อันเป็นทายาทแห่งความฉิบหายพิสดา
รต่อเธอแน่นอน
ถ้าใครฝืนทำ
คิดรวยทางลัด
จงคิดใหม่
จะเลี้ยงวัวฝูงต่องมีทุนรอนและความพร้อม
เป็นต้น
ต้องคิด
เหมือน
คือต้องคิดรวยคิดจะตั้งตัว
แบบสูตรท่านตา"คุคิ"ของเคมิน
จึงสมควรคือท่านตาคุคิของเคมิน
ได้ทำปลูกเองด้วยมือและจมูกตนเอง
ทำแบบนี้เถิดเพื่อรเอย
จะจนจะรวยจึงจะถูก
"ไม่ใช่"
คอยฉวยโอกาสคนอื่นเผลอแล้วคิดรวยทางลัดแบบ'จาวยาง'
เคมินอยากจะใช้บท"สมรติ" (samrati) อันเป็นภารตวิธีกอดคอกันสองต่อสองคุยกันแล้วสอนกันจนเกิดปัญญา
เพื่อนำมาสอนจาวยาง
เคมินทำไม้ได้เพราะจาวยางและเคมินเป็น
แม่เหล็กต่างขั้วเพศกัน และจาวบางยังสาว
นอกจากผัวเธอ"จิกกอ"หึงอีกต่างหาก
เมื่อเคมินสอนจับเข่าคุยกันกับจาวยาง
แม่เหล็กทางเพศจะดูดกัน
การสอนเธอจึงพับไปด้วยเหตุมโนธรรม
แม้เราจะเป็นเพื่อนบ้าน
การจะเอาเครื่องเพศ
ของเธอมาแลกเปลี่ยนกับเคมินเพิ่อแลถกับ
ถารไดด้เลุ้ยงวัวเสรีในที่ดิน
เคมินไม่รับสิ่งนี้
แต่จะให้เคมินขายกญ้าวัวให้เคมินทำ
แลกเป็นเงินเพราะวัวตัวละเป็นหมื่นเป็นแสนตอนขาย
ในอดีตแม้มรดกของเธอเกิดจากพ่อเธอจะเป็นเพื่อนบ้านผู้เข้ามาและมาใหม่
ที่ดินที่จาวยางครอบครองตอนนี้
มันเคยถูกบอกขายให้แม่มดดาเลีย
แต่เคมินตอบแม่ดาเลียว่า"อย่าางเลยแม่"
ที่มีอยู่แล้วแทบจะไม่ไหวแล้ว
แม่มดดาเลียจึงไม่ซื้อเอาไว้
ตอนนังนั้น
"และนี่คือปีญหาควรขบคิด"สำหรับคนรุ่นลูกๆต่อไป ว่าแม่คาดการณ์ไกลได้
และถูกเสมอ "จงฟังเสียงแม่" ไว้เพื่อนเอย
เคมินต้องสารภาพว่า เคมินไม่รู้ไม่เข้าใจว่าคอมมิวนิสต์นั่นมันคืออะไร แม้เรียนจบสูง
ว่าว่า
คำว่า'คอมมูน(commune)'คือชุมชนชนิดหนึ่ง
แบบชุมชนกาบุซ(kabuz)ของอิสราเอล(Israel)ที่ทุกปีเกณฑ์เด็กทั่วโลกมาลงนารวมกันทำงานฝึกตนเองเพื่ออนาคต
อย่างไรก็ตาม เคมินไม่ชอบการเมืองเพราะมีพิษต้องระวังตนเอง
เคยมีบทเรียนตอนเดินทางเข้าจีนแดง(Red China)ไปเยี่ยมสุสาทวดและแทด(ancesteral memorial)ที่ภูเขาเลี่ยงซา จนต้องไปขอลี้ภัย(political refugee)
ในอังกฤษ จนได้รับการอาศัก(political asylem)พักภัยใน
อังกฤษโดยการยินยอมของรัฐบาลอังกฤษ
(British government )
สมัยฮีต(Sir Heath)และวิลสัน (Sir Wilson)และเทตเชอร์(Lady Thacher)ของอังกฤษ
อย่างปลอดภัยต่อมาจนเคมินขอให้รัฐบาลอังกฤษเนเทรศ (deportation order)กลับบ้านเอทินสาเหตุเคมินคือเพื่อได้ตั๋วเพื่อบินขั้นเยี่ยมฟรี(free)กลับเอทินเพราะจิตสำนึกทางการเมือง
ที่เคมินมี
เคมินจึงต่อมาสาบานตนว่า
จะตามผู้นำคือใครชนะสงคราม
เคมิน'เรา'ต้องฟังคนนั้นเพื่อชีวิต
คือเคมินงดแข็งเมืองกับใครหนือทำตนเพื่อเป็นโจรกอริลลา(Guerilla warfare)ทำสงครามลับ(subversive warfare)ต้านคนมีอำนาจ
เคมินไม่ถือว่าทุนนิยม(capitalism)หรือคอมมิวนิสต์นิยม(communism)
อำนาจนิยมใครสำคัญกว่าใคร คือถือว่า
ใครชนะจะตามคนนั้น" ไม่ฝืน"
แล้วจาวยางละเป็นคำถาม
เธอบุกรุก
แบบโควิสัยพาลนั้นเป็นคำสั่งของ
ผู้มีอำนาจแห่งเอทินหรือนโยบาบจากหน่วย
เหนือแห่งเอทินประสาธน์มา" คำตอบคือ
ไม่"
แต่มันเป็นสันดอนของคณะจาวยาง
ซึ่งผิดคุณธรรมการพึ่งพาอาศัยแบบขอกินหน่อยเคมินและบรรพบุรุษเคยให้กับเขาไปให้ไปแล้วเกือบ200ปี
จนไม่มีจะให้ จนหมดตัว
เหลือแค่ปราสาทร้างเพเกาเท่านั้นตอนนี้
ที่เป็นธงโบกสะบัดให้ทุกคนดู
นอกนั้นไม่มีอะไรแล้ว
แต่ทำไมเคมินยังน่ารักเป็นทารกเหมือนเดิม
เพราะว่าเคมินใช้ชีวิตปรัชญา
คือเคมินไม่แสดงให้เห็นรอยเหี่ยวย่นว่าลำบากตรากตรำอะไร
ให้เห็นบนสีหน้าและกายเนื้อของเคมินก็จริง
เพราะปรัชญาชีวิตองเคมินที่ธำรงไว้ คือยอมรับความจริงอันสนุกกับความทุกข์ยากที่เกิดมี
เคมินนึกเสียว่า
ปัญหาทั่งหมด
มันเหมือนเสียงเพลง
เสียงออเคสตร้าแห่งคาราโอเกะพลอดรักกัน
ก็เท่านั้นเอง
มันเหมือนน้ำเหล้ารสดีนั่นเอง
ตอนเคมินไปอังกฤษได้ไปเยี่ยมคารวะ
สุสานนอรติ้ง(Northinghilgate+ cemetry)ที่ประดืษฐ์อนุสาวรีย์แห่งคารล์
มาร์ก (Karl Mark)บิดาแห่งคอมมิวนิสต์แมนิเฟสโต้()
ชาวเยอรมันท่านผู้นี้ที่มาลี้ภัยในอังกฤษและตายที่อังกฤษนั่น เคมินได้มาพบเห็นและพองขนมันมี จากหอบสังมาเสียไกลกับรถไฟใต้ดินจากใจกลางดอนสถานีชาร?ริงครอส
ที่น่ารักและขมุกขมัวด้วนฝูงชน
Communist manifesto)
นกหลายตัวบินชื่อนกผีกาดำน้ำตาล
ดอกเดซี่(daisy flower)ขึ้รกระจายตามลานสุสาน ดอกสีขาวรับน้ำค้างและดอกหิมะเช้าเบ็น
มันเป็นสุสานมีศพตตั้งเรียงรายมากมาย
"เคมินนึกกลัวผี" ศพของคาร์ลมากร์ซ์โดดเด่นเพราะยกเป็นอนุสาวรีย์โผล่ขึ้นเห็นชัด
"นั่นคือสิ่งที่เคมินเห็น"
และ
เคมินคิดว่า
"นี่หรือคือรูปปั้นนูนลอย
บิดาแห่ง
ลัทธิคอมมิวนิสต์"
เคมินไปเยี่ยมท่านในนามของนักเขียนและนักหนังสือพิมพ์มิได้ไปเยี่ยมเพราะ
คลั่งไคล้ใดๆในลัทธิบ่มนี่งสังคมปัจจุบันเป็นอะไรไม่
และในจิตสำนึกของเคมินเอง" ไร้เดียงสาต่อสิ่งที่เรียกว่าคอมมิวนิสต์นี้"
แต่เคมินก็ไม่ปฎิเสธว่าคอมมิวนิสต์นั่นมีอยู่จริงหรือหลอกลวง
ตอนไปจีนแดงเคมินพบรถไถยี่ห้อเฟอร์กุสัน
(Ferguson)ของเยอรมันกำลังไถนารวมให้เป็นระเบียบ
ที่แปลกที่จีนแเดงนั่นไม่มีป้าบโฆษณาน้ำแป็บซี่และโคล่า(Pepsi Cola ads post stand)เลย
ตอนนี้จีนแดงกำลังเกรียงไกรเหลืออย่าง
เดียวที่น่าจะเปลี่ยนคือ
ให้จีนแดงมีหิมะตกทุกๆแห่ง
คือถ้าสมมุติว่า"เทพเจ้ามีจริง"
เคมินขอเทพเจ้าจงลิขิตให้หิมะมาตกที่จีนแสงแดเและแสงแเดดจงไปตกอยู่ที่ฝั่งตะวันตกอังกฤษและอเมริกาเสมอไปเสีย
เปลี่ยนรสชาติมนุษย์ และเปลี่ยรธรรมชาติ
ทั้งหมดที่เคยเป็น นอกจากธรรมชาติทางการเมืองและลัทธิอันโอชะอันอร่อยล้ำทั้งหลาย
แล้วมันก็จะเกิดดุลนยภาพในที่สุด"เคมินว่า"
จีนแดงคงสักวันหนึ่งจะเป็นประเทศนายทุนใหม่อันเกรียงไกรและเจริญเท่าตะวันตกและอเมริกามั่ย"หนอ"
"เคมินสงสัยตนเองแต่หยุดถาม"
เพราะคำนี้อาจมีอันตราย
เคมินไม่ชอบอันตราย
คือฟัง
เมื่อสั่งให้หยุด
เคมินหยุด
เมื่อสั่งให้ทำตาม
ก็ทำตาม
แม้เจตนารมณ์ที่ดีกว่าจะมี
ถ้าหากมีก็พกพาไปนอนกอดได้คนเดียวบนเตียงนอน ที่ทุกชีวิตมีสิทธิเต็มตัวเมื่อจะหลับ
และร่วมเพศทำรัก
ก็เท่านั่นเอง
คนเราและอุดมการณ์
เพราะเคมินถือเสมอว่าตนเองนั่นเด็กไป
ที่จะติดตามสิ่งอันตรายเหล่านี้ในโลกสากลเพราะสงครามกำลังคุกรุ่น
ทุกๆแห่งด้วยระบบทุนนิยมและคอมมิวนิสต์นิยมทะเลาะกัน
แต่ที่รู้แน่"จาวยาง"มิใช่อันใดอันหนึ่ง
ในลัทธิเหล่านี้แน่นอน
แต่ที่จาวยางมันเป็นการทำลายมโนธรรม
การเอาเปรียบคนอื่น กับคนที่เขาทำดีมาดี
จาวยางคนน่าอายที่ทำให้มโนธรรมทำให้ใจคนดีต้องบั่นสลายและแน่นอน
มันไม่มีใครสั่งมา มันเป็นสันดานผิดๆของคน
มันเป็นอัตตาที่น่าเกลียดกลัว
มันทำให้เกิดค่านิยมแห่งไปรและแพรจูดิก
(pride and prejudice )
ของเจนอันเตน (Jane Austin)
เกิดขึ้นมาในสมองของเคมินทันทีที่เคยถืออ่านประจำที่ออกฟoร์ด(oxford)
เพื่อลบล้าง
อะๆไรที่จะคิดต่อ นั่นคือทิ้งไว้ที่คำว่า"อิจฉาริษยา"และความภาคภูมิในใจมนุษย์เถอะ" ถ้าจะให้ตีความ"จาวยาง
การใช้มีดงอเคียว หรือปืนผาหน้าไม้มาสับประยุทธกันเมื่อเคมินบันดาลโทสะนั่น
เคมินว่ามันมันหมดสมัย(out of date)แล้ว
แน่นอนถ้าหน่วยเหนือสั่งการให้เคมินและจาวยางทำตามกฎหมาย
เคมินก็ต้องยอม เพราะมันเป็นคำสั่งที่เหนืออารยะนิยมใดๆแล้วที่มีในโลกคือ
นั่นคือกฎหมาย
เพราะหลัก"เสียงข้างมากปกครอง
แต่สิทธิเสียงข้างน้อยต้องธำรง"
นั่นกระจ่างชัดในใจและสมองของเคมิน
น้ำตาทุกคนมีต่อมทุกคนรู้จักเจ็บปวดและดีใจเสมอ อันเป็นปมชีวิต
"แต่นี่มันไม่นะ่จาวยาง"
ปวดท้องธาตพิการต่อมปกครองพารา(para -anti- sympathetic )ที่สันหลังของเคมินมันทำให้มีอาการธาตุไฟแตก
คือจะตาย บังคับอวัยวะประสาทอัตโนมัติ(Autonomus)ของตนเองไม่อยู่
เคมินรู้สึกแต่ทนเอา
เพราะเคมินรู้จักจิตที่เป็นจิตสำนึก
ด้วยเหตุนี้หมอ"สุนิด้า"เคยตั้งข้อหาเคมินว่าเคมินบ้า(mad-psychological illness) จนเคมินต้องทำเรื่องฟ้องแพทยสภาแห่งเอทิน(doctor council)ให้เอาผิดหมอสุนิด้าไปในกาลครั้งหนึ่ง
กาเป็นหมอต้องมีคุณธรรมเหมือนหมอดอกเตอร์ชิวาโก(Dr. Zchivako) ในอมตนิยายเรื่อง
"ด็อกเตอร์ขิวาโก" อันลือลั่น
ที่พี่ชายของลีเดีย(Lydia)แม่บุญธรรมนับถือ(respected mother)ของเคมินที่ผู้เขียนท่านนี้ 'บอริส พาเตอร์เนค"(Boris Pastrnek)ได้รางวัลโนเบล(Nobel)ไปแล้ว
สาขาวรรณกรรมโลก
หมอมีจรรยาอย่างนี้จคงถูก
บนรถไฟสายไซบีเรียหิมะกำลังตก
ฉากรักและการเยียวยาของหมอชิวาโกบนรถไฟ เคมินชอบ" และลืมไม่ลง
หมอสุนิด้าถ้าแพทยสภาแห่งเอทินไม่กล่าวทุกข์และโทษ
หมอสุนิด้าต้องบงโทษตนเองเพราะหมอสุนิด้าเป็นเพื่อรนเคาเตอร์(counter friends)ของพ่อเคมิน
และการที่หมอสุนิด้าบอกว่า
โดยเขียนว่าเคมินบ้า(โรคจิต)นั่นมั่นหมายถึงอนาคตความสามารถทางศาลของเคมินด้วย
นี่มันคืออะไร
หมอสุนิด้าไม่น่าอาย
ทำอะไรไม่ยั้งคิดบ้าง
และอันนี้มีปมแทรกทับซ้อนในกลุ่มมาเฟียเพเกา ล้านเปอร์เซนต์ และอาจจะเชื่อมโยงกับลัทธิบ้าบิ่นของจาวยางอีกด้วยต้องสอบสวนแบบครอส(cross examination)
เช็คและดีเอ็นเอ(DNA methode)วิธีอีกด้วย
"เคมินกล่าวในที่สุด"
ความสามารถ และความไร้ความสามารถ
ของคนนั่นมีค่าทางศาลมาก
มิใช่หมอสุนิด้าจะทรนงตัวว่าผ่าตัดคนไข้ฉุกเฉินเก๋ง
ทำได้แบบคนทำงานบนเขียงสับหมูเก่ง
แล้วทุกอย่างจะ"โเอเค"ไปหมดในวาทกรรมของตนเอง
มันบางเรื่องนะท่านหมอสุนิด้าที่รัก
ท่านจบแค่ปริญญาตรีหมอแต่เคมินจบปริญญาโทเทววิทยาจากมหาลัยเอทิยนเดียวกันเสียด้วยแต่คนละรุ่นสังกัด
ลองตรึกให้ดีก่อนทำอะไรเขียนอะไร
อย่าให้มาเฟียจิตสำนึกมาแผ้วพาลจิตใจท่านเด็ดขาด
ท่านหมอสุนิด้าต้องแยกให้ออก
อย่าเผลอไป
เพราะคนไม่ใช่
เครื่องวัดความดัน
ๆไม่มีโอกาสขึ้นศาล
แต่คนมีโอกาส
ท่านจงอย่าลืมว่า
ที่เพเกาคนโง่มีเยอะกว่าคนฉลาด
และคนมีวิจารณญาณเป็นประกาย
ให้หมอสุนิด้าพาไปทบทวนใบสั่ง
และเปลี่ยนแปลงเสียให้ถูกตีองตามความเป็นจริง
ท่านหมอสุนิด้าจงอย่าลืมว่า
อำนาจศาล
และมโนธรรมทางกฎหมายจะไม่เปลี่ยนไป
เพราะแรงทะยานพุ่งมาของลูกระเบิดสงครามที่อาจจะบินมาถล่มและอาจพลาดโดนบัลลังก์ผู้พิพากษาที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ได้เลย ความเป็นธรรมก็คงความเป็นธรรม
ไม่ว่าสถานกาณ์จะเป็นอย่างไร
สำหรับ ชีวิตและงานของท่านผู้พิพากษา
ผู้เป็นเจ้าแห่ง'นิติรัฐภูมินัย'ทุกเมื่อแล
"เคมินขอวิงวอน"ในนามของอุตมรัฐคติแห่งนี้
และเคมินรอขึ้นศาลอยู่
การให้ใบรับรองแพทย์ว่า"คนบ้า"
ตัดตอนนี่มันคืออะไร
อันนี้ต้องไปศาลหมอต่อไป
เคมินยืนยัน
เพราะบ้านเมืองเอทิน"มีขื่อมีแป"
ท่านลอร์ดไบฟอน(Lord Byphon)ที่อันนี้เขาพอมีนะ่คณะมาเฟียจาวยางเจาพอมี ไม่อดอยากยากไร้เหมือนมาตรฐานชนชั้นจัณฑาล(Serf class) ในอินเดีย
แค่อย่างใดแต่ปัญหาที่เกิดมันไดนามิกส์(dynamics) มาก
ฉะนั้นเคมินคิดว่า
มันคงต้องมีการโต้ตอบแบบๆดรามิกส์(dynamics drama)เช่นกันนั้นหมายความว่า
"สงครามต้องมีต่อไปในนามของสันติภาพ"
ก็ในเมื่อพระอาทิตย์และพระจันทร์คงความดีและมีมโนธรรมอย่างไม่ลดละและ
ไม่ลดละ แม้มนุษย์จะไปแขวมัน
มันก็คงยอแสงและทอแสงตราบใด
และถ้าที่เพเกาทุกคนไม่เป็นเหมือนก
ารยอแสงและทอแสงให้มนุษย์เหมือนที่อาทิตย์และดวงจันทรา ทำกับชาวโลก
ตราบนั้น
สงครามในคราบของสันติภาพต้องมีต่อไปแน่นอน
ตรงจุดนี้เองเคมินจึงที่จะคิดรอตายบ้านเกิด
ไม่คิดย้ายฐิ่นฐานออกไปไหน
เว้นแต่เคมินจะกลายเป็นเทวดาเหนือเพเกาและท้องฟ้าและมหาสมุทรเท่านั้น
เคมิน จึงจะทำย้ายไป
แม้จะอบู่กีบคนขี้เกียจขี้โกง
เล่นแต่หวยเมาเหบ้ายำเป
ตอแหล หน้าไหว้หลังหลอก
และความสกปรมโสมมของการเมือง
มีแต่นักฉวยโอกาสและการติดสินบนทางเพศ
และการมั่วนิ่มๆแบบใดๆก็ตาม
" เคมินคิดว่ามันเป็น"
และมันมิใช่ตำรวจลับตามคำกล่าวอ้างแต่มันสันดานที่รอกาเยียวยา
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น